| Profilo di JungjingJungjing's spaceBlogGuestbookAmici | Guida |
|
07 luglio บางอย่างที่ขาดหาย"เป็นยังไงบ้าง" หากมีใครสักคนที่ถามฉันด้วยคำนี้ ด้วยความรู้สึกที่อยากรู้และใส่ใจจริงๆ ไม่ใช่เพียงคำทักทายดาดๆทั่วไป ฉันก็คงจะตอบด้วยความจริงว่า... ชีวิตตอนนี้ก็ดีนะ มีความสุขดี มีเพื่อน มีเงินใช้ มีอะไรใหม่ๆให้ทำ ได้พบเจอคนใหม่ๆ ได้ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป เหนื่อยตอนไหนก็ได้พัก ทุกสิ่งทุกอย่างมันโอเคเลยแหละ แต่... ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าชีวิตยังไม่เต็ม เหมือนมันยังขาดอะไรที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร จะไปหามันได้จากที่ไหน และจะต้องทำยังไงให้ได้มา ฉันนึกถึงหนังสือภาพเล่มหนึ่ง ที่บังเอิญไปเจอที่ร้านกาแฟน่ารักๆร้านหนึ่งในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน หนังสือเล่มนั้นเป็นเรื่องราวของรูปสี่เหลี่ยมรูปหนึ่งที่มีบางส่วนที่หายไป และมันรอคอยอย่างอดทนเพื่อจะค้นหาส่วนที่ขาดหายไปนั้นมาเติมเต็มรูปทรงของมัน จนแล้วจนเล่า มันก็ยังไม่เจอส่วนที่เข้ากับตัวมันเองสักที ชิ้นส่วนที่บังเอิญผ่านมาต่างเข้ากับส่วนที่แหว่งไปของเจ้าสี่เหลี่ยมไม่ได้ หรือไม่รูปร่างคนละอย่างกัน หรือแม้จะเข้ากันได้ มันก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยกันได้ ฉันก็คงเหมือนเจ้าสี่เหลี่ยมในหนังสือภาพเล่มนั้น มันรู้อยู่แต่ว่าตัวมันเองไม่สมบูรณ์ มันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ขาดไปคืออะไร ได้แต่ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆกับชิ้นส่วนที่บังเอิญผ่านมาแล้วก็ผ่านไป สุดท้าย มีใครคนหนึ่ง(ซึ่งก็จำไม่ได้แล้วว่าใคร อาจจะเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่ผ่านเข้ามา) ได้บอกกับเจ้าสี่เหลี่ยมนั้นว่า หากมัวแต่รอให้ชิ้นส่วนที่ “ใช่” ผ่านเข้ามา แล้วเมื่อไหร่จะเจอล่ะ ทำไมไม่ลองกลิ้งตัวเองเพื่อไปหาส่วนที่ “ใช่” ด้วยตัวเอง พอเจ้าสี่เหลี่ยมได้ฟังดังนั้น ก็เกิดพุทธิปัญญา ลองเขยื้อนตัวไปข้างหน้า แม้เหลี่ยมมุมของมันจะทำให้ลำบากอยู่บ้างในการเคลื่อนที่ แต่พอขยับตัวกลิ้งไปเรื่อยๆ เหลี่ยมมุมนั้นก็เริ่มหายไป หายไป ในที่สุดรูปร่างของเจ้าสี่เหลี่ยมที่เว้าแหว่งก็เปลี่ยนเป็นทรงกลม ที่กลิ้งได้สะดวกและคล่องแคล่วขึ้น ไม่นานนัก มันก็หาชิ้นส่วนที่ “ใช่” นั้นเจอ ชิ้นส่วนที่เข้ากับรอยแหว่งนั้นได้ และเคลื่อนที่ไปพร้อมกันได้... ปกติ หนังสือภาพแนวให้กำลังใจ มองโลกในแง่ดี ก็จบสุขแบบนี้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ และใครๆก็รู้ว่าในชีวิตจริง ชีวิตมันไม่ได้จบสุขเหมือนในหนังสือ เหมือนในนิทาน และไม่ใช่ทุกคนที่จะหา “ส่วนที่หายไป” นั้นเจอ...เอ๊ะ! ฉันมองโลกในแง่ร้ายไปหน่อยมั้ยนี่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า สัญลักษณ์ต่างๆในหนังสือภาพเล่มนั้นมันสื่อถึงอะไรบ้าง ฉันไม่เข้าใจหรอกว่า การ “กลิ้งไป” ของเจ้าสี่เหลี่ยมมันมีความหมายแฝงว่าอะไร แต่ทันทีที่อ่านจบ ฉันกลับมีความรู้สึกที่อยากจะ “กลิ้งไป” เพื่อตามหา “บางอย่างที่หายไป” ขึ้นมา เฮ้อ...ทำไมฉันมาเจอหนังสือแบบนี้ในที่ที่ไกลแสนไกลขนาดนี้นะ ต้องนั่งรถเป็นวันๆ แถมเมารถอีกต่างหาก และบางที ฉันก็อาจจะต้อง “กลิ้ง” ไปไกลแสนไกล เพื่อจะเจอชิ้นส่วนที่ “ใช่” เหมือนกัน กลับมาปัจจุบันกาล...ฉัน ณ ตอนนี้ ที่กำลังรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป กำลังใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเฉื่อย เหมือนกับเจ้าสี่เหลี่ยมที่อยู่นิ่งกับที่ ไม่ได้กระตือรือร้นที่จะพาตัวเอง “กลิ้งไป” เหมือนที่ตั้งใจไว้ตอนแรก ขณะที่ฉันบ่นไป ตัวฉันก็เป็นเพียงสี่เหลี่ยมที่อยู่นิ่งกับที่รอคอยให้ใครสักคนผ่านมา เพื่อเติมเต็มบางอย่างที่หายไป...เท่านั้นเอง Commenti (1)Per aggiungere un commento, accedi con il tuo Windows Live ID (se utilizzi Hotmail, Messenger o Xbox LIVE possiedi già un Windows Live ID). Accedi Non hai ancora un Windows Live ID? Registrati
RiferimentiL'URL di riferimento per questo intervento è: http://i-jing.spaces.live.com/blog/cns!1338C4B555956D21!394.trak Blog che fanno riferimento a questo intervento
|
|
|